การเกิด พุทธสถานสันติอโศกโดยเหตุที่ สมณะโพธิรักษ์ บวชที่ วัดอโศการาม
และไปบรรยายธรรมบริเวณ ลานอโศก วัดมหาธาตุอยู่เนืองๆ จนได้สมญาว่า ขวานจักตอก
จึงเป็นที่มาของ ชื่อหมู่กลุ่มผู้ศรัทธาเลื่อมใสปฏิบัติตาม และร่วมเผยแพร่ธรรมะ
จนเกิดกลุ่มพุทธบริษัทขึ้น อันมีทั้งนักบวชและฆราวาส ว่า
ช า ว อ โ ศ ก ญาติธรรมรุ่นแรกที่ศรัทธาเลื่อมใส ได้ร่วมกันก่อตั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมถวาย
มีสภาพเป็นสวน จึงได้ชื่อว่า สวนอโศก ตั้งอยู่ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นับเป็นแห่งแรกของสถานที่ปฏิบัติธรรมของชาวอโศก
แต่เนื่องจากการไปมาไม่สะดวก และยังไม่ลงตัวด้วยเหตุหลายประการ ต่อมาจึงได้มาลงตัวพอเป็นไปได้
ณ สถานที่แห่งใหม่ เรียกชื่อว่า ธรรมสถานแดนอโศก ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน
จ.นครปฐม นับเป็นการอุบัติขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ และได้ใช้สถานที่นี้อบรมบำเพ็ญธรรม
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่เป็นเหตุให้ สมณะโพธิรักษ์ และหมู่สงฆ์ต้องตัดสินใจประกาศตนเป็นเอกเทศ
ไม่อยู่ภายใต้อาณัติ ของทางฝ่ายคณะปกครองสงฆ์ เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๘ ณ วัดหนองกระทุ่ม
จากนั้น สมณะโพธิรักษ์ จึงตัดสินใจพาหมู่กลุ่มมาใช้สถานที่เผยแพร่ธรรมในกรุงเทพฯ
คือที่ พุทธสถานสันติอโศกโดยก่อนหน้านี้คือ
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ คุณกิติยา วีระพันธ์ ได้ถวายเรือนทรงไทยหลังใหญ่
อันเป็นที่ตั้งของ พุทธสถานสันติอโศกในปัจจุบันให้พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ไว้แล้ว เนื่องจากอยู่ในกรุงเทพฯ
จึงเป็น ศูนย์กลางอโศก ซึ่งขณะนั้นมีสถานที่ปฏิบัติธรรมของชาวอโศกอยู่แล้ว ๒ แห่ง
คือ พุทธสถานศีรษะอโศก อยู่ที่ ต.กระแซง
อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เกิดขึ้นเมื่อ ๒๓ ม.ค. ๒๕๑๙ พุทธสถานศาลีอโศก ต.โคกเดื่อ
อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เกิดขึ้นเมื่อ ๖ มิ.ย. ๒๕๑๙ ส่วนธรรมสถานแดนอโศก
ได้ย้ายมารวมกับพุทธสถานปฐมอโศก ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อ
พ.ศ. ๒๕๒๒ ปีต่อมาคือ ๒๓ ก.ค. ๒๕๒๓ จึงเกิดเป็นพุทธสถานปฐมอโศก เมื่อท่านพาหมู่กลุ่มมาลงหลักปักแหล่ง
ณ ที่นี้ ก็ได้ตกลงใช้ชื่อว่า พุทธสถานสันติอโศก เนื่องจากเกิด ธรรมสถาน
คือ ธรรมสถานแดนอโศก แล้ว จึงใช้คำว่า พุทธสถาน ส่วน สันติ หมายถึง ความสงบ
และคำว่า อโศก ก็ยังคงใช้ชื่ออันเป็น ที่มาของหมู่กลุ่ม ส่วนคุณกิติยา วีระพันธ์
ผู้ถวายที่ดินแปลงนี้ ก็ได้ชื่อใหม่จากพ่อท่านว่า สันติยา เรือนไทยหลังใหญ่นี้เอง
ได้เป็นจุดกำเนิดของ พุทธสถานสันติอโศก และ พระวิหารพันปีเจดีย์บรมสารีริกธาตุ
ในปัจจุบัน ย้อนมาถึงมูลเหตุที่ทำให้คุณสันติยา
วีระพันธ์ ถวายที่ดินพร้อมบ้านทรงไทยหลังนี้ให้พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ คุณสันติยาได้เคยบอกเล่าไว้ว่า
เมื่อชีวิตประสบความทุกข์ใจอย่างมาก ได้อ่านพบข่าวการบรรยายธรรมของสมณะโพธิรักษ์ในสมัยนั้น
จาก น.ส.พ.ฉบับหนึ่ง จึงได้ติดตามไปฟังที่วัดอาวุธฯ เกิดศรัทธาเลื่อมใส และเป็นช่วงที่กำลังสร้างบ้านหลังนี้อยู่พอดี
จึงได้แจ้งความประสงค์ถวายเรือนไทย ที่สร้างไว้ด้วยใจชอบนี้ แก่พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์
คิดว่าให้ท่านได้ใช้สอยเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวาง ดีกว่าจะมาอาศัยอยู่กันเพียงไม่กี่คน
ส่วนคุณสันติยาและลูกๆ ก็มาอยู่เรือนทรงธรรมดาที่ได้สร้างไว้ให้คนงานก่อสร้างเรือนไทยพัก
นั่นเองสมัยแรกๆ พื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นแอ่งน้ำ โดยเฉพาะด้านหน้าของพุทธสถานฯ มีแต่กอหญ้าและแอ่งน้ำอยู่ทั่วไป
ตัวสภาพเรือนไทยเองก็ยังไม่เรียบร้อยนัก เวลาฝนตกลงมาแต่ละครั้งก็จะสาดไปทั่ว ได้ปรับปรุงกันเรื่อยมา
ทั้งการถมที่รอบบริเวณเรือนไทย การปลูกกุฏิ ตลอดทั้งการต่อเติมและซ่อมแซมเรือนไทยให้ใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น
โดยชั้นบนของเรือนไทยใช้เป็นโบสถ์และสถานที่ทำงานเผยแพร่ธรรมะ ส่วนชั้นล่างเป็นที่แสดงธรรม
ที่ฉันอาหาร พับกระดาษ เก็บเล่มทำหนังสือ ฯลฯ เรียกว่าเป็นที่ประกอบกิจวัตรและกิจกรรมของชาวอโศกที่ประพฤติปฏิบัติอยู่
ณ ที่แห่งนี้ นับเป็นการถืออุบัติขึ้นในวันที่
๗ สิงหาคม ๒๕๑๙ จากนั้นจึงเกิดองค์กรหลัก ๕ องค์กร ก. องค์กรหลักของชาวอโศก ๑. มูลนิธิธรรมสันติ
ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๒๐ ทำหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่
ของนักบวช และ คนวัด โดยมีวัตถุประสงค์ คือ - ช่วยธำรงรักษา
บำรุงส่งเสริมการเผยแพร่สัจธรรมของพระพุทธศาสนา
- ส่งเสริมการศึกษาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา
- สนับสนุนส่งเสริมการจัดตั้งการดำเนินงานเกี่ยวกับ
การศึกษา พยาบาล สาธารณสุข หัตถกรรม อุตสาหกรรม การสื่อสาร การพาณิชย์(ระบบบุญนิยม
ไม่แสวงหากำไร) และกฎหมาย
- บำรุงสาธารณประโยชน์โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
กรรมการและผู้ทำงานของมูลนิธิ มีจำนวน ๑๕ ท่าน อยู่ในตำแหน่งคราวละ
๕ ปี ทุกท่านเป็นผู้ปฏิบัติธรรมถือศีล ๕, ศีล ๘ ส่วนใหญ่เป็นนักมังสวิรัติ ลด ละ
เลิก อบายมุข มาประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง ไม่ได้รับค่าตอบแทน กิจกรรมการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นไปตามแนวคำสอนของพระพุทธองค์
เพื่อประโยชน์ตน-ประโยชน์ท่าน สนับสนุนเกี่ยวกับการศึกษา การสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งดำเนินงานของมูลนิธิอยู่ในพื้นที่ต่างๆ
ดังต่อไปนี้ พุทธสถานสันติอโศก ชุมชนสันติอโศก เขตบึงกุ่ม
กรุงเทพมหานคร พุทธสถานศีรษะอโศก ชุมชนศีรษะอโศก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
พุทธสถานศาลีอโศก ชุมชนศาลีอโศก อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ พุทธสถานปฐมอโศก
ชุมชนปฐมอโศก อ.เมือง จ.นครปฐม พุทธสถานสีมาอโศก ชุมชนสีมาอโศก อ.เมือง
จ.นครราชสีมา พุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ ชุมชนภูผาฟ้าน้ำ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
สังฆสถานทักษิณอโศก - ชุมชนทักษิณอโศก อ.เมือง จ.ตรัง กิจกรรมสำคัญ
๑. พิมพ์หนังสือธรรมะ เพื่อเผยแพร่ ๒.
การศึกษา โรงเรียนสัมมาสิกขา เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล
ระดับมัธยมต้นและปลาย ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ นักเรียนอยู่ประจำ เรียนฟรี ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
สอนฟรี ผู้บริหาร คณะครู และอาสาสมัคร ทำงานโดยไม่รับเงินเดือน มีปรัชญาของโรงเรียนว่า
ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา คือ ๒.๑
โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก (สส.สอ.) สายสามัญ ๒.๒
โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก (สส.ฐ.) สายสามัญ ๒.๓
โรงเรียนสัมมาอาชีวสิกขาปฐมอโศก (สอฐ.) สายอาชีพ ๒.๔
โรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก (สส.ษ) สายสามัญ มีสาขา ๓ แห่งคือ
๒.๔.๑ ที่ชุมชนศาลีอโศก อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ๒.๔.๒
ที่ชุมชนสีมาอโศก อ. เมือง จ.นครราชสีมา ๒.๔.๓
ที่ชุมชนราชธานีอโศก อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ๒.๕
โรงเรียนสัมมาอาชีวสิกขาศีรษะอโศก (สอษ.) สายอาชีพ ๓.
โครงการ สามอาชีพกู้ชาติ (ขยะวิทยาปุ๋ยสะอาดกสิกรรมธรรมชาติไร้สารพิษ)
มีวัตถุประสงค์ คือ ๓.๑
เพื่อสร้างจิตสำนึกให้บุคคลนำทรัพยากรโลกมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ๓.๒
เพื่อฝึกฝนการดำเนินชีวิตตามวิถีทางธรรมชาติ ๓.๓
เพื่อให้เห็นคุณค่าของผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับขยะและกสิกรรม ผู้ผลิตอาหาร โดยเฉพาะกสิกรรมธรรมชาติไร้สารพิษ
๓.๔ ให้ความรู้และสร้างวินัยในการเลือกทิ้งขยะให้เหมาะสมกับประเภทและสถานที่
๓.๕ สร้างเจตคติในการรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชน
๓.๖ ให้บุคคลในชุมชนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ๔.
โครงการชุมชนปฐมอโศก ตั้งอยู่ที่ ๖๖/๑ หมู่ ๕ ต.พระประโทน
อ.เมือง จ.นครปฐม ๗๓๐๐๐ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ
๔.๑ เพื่อรวมกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมที่ประสงค์จะเข้าพักอยู่ใกล้พุทธสถานปฐมอโศก ๔.๒
เพื่อฝึกฝนการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ประหยัด มักน้อย ลดความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยที่เกินความจำเป็นของชีวิต
และอยู่ในกรอบของศีล ๕ หรือศีล ๘ และศีลสูงขึ้นไปตามฐานะบุคคล ๔.๓
เพื่อฝึกพัฒนาจิตวิญญาณของตนเอง ให้มีความขยัน สร้างสรรค์ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล เสียสละ
สามัคคี มีความเมตตา และเห็นใจซึ่งกันและกัน และต่อมนุษยชาติทั้งหลาย ๔.๔
เพื่อรวมกลุ่มกันให้มีชีวิตที่อยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่ดี มีมิตรสหายดี
มีสังคมสิ่งแวดล้อมดี สามารถพึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บและพึ่งตายกันได้ ด้วยญาติทางธรรม ๔.๕
เพื่อให้ชุมชนสามารถที่จะพึ่งตนเองได้ในด้านปัจจัยสี่และอื่นๆ โดยการที่จะสร้างและผลิตสิ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตขึ้นใช้เอง ๔.๖
เพื่อจัดให้มีกองกลางสำหรับผลิตปัจจัยสี่ของชุมชน ๔.๗ เพื่อให้ทุกคนได้เสียสละแรงงาน
สิ่งของ เป็นงาน บุญนิยม และช่วยกองกลางผลิตปัจจัยสี่ไว้ใช้ในชุมชนให้เพียงพอ ถ้าสามารถผลิตได้เหลือเฟือ
เกินความจำเป็นของชุมชน ก็ให้นำออกจำหน่ายจ่ายแจก สู่ชุมชนอื่นได้อย่างเกื้อกูลเสียสละถูกๆ
กระทั่งแจกฟรี ๔.๘ เพื่อพัฒนาชุมชนให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติและความสมดุลของชีวิต ๔.๙
เพื่อเผยแพร่ศาสนาทั้งในด้านรูปธรรม ด้วยสื่อสารสื่อช่วยต่างๆ และด้านนามธรรมทางจิตวิญญาณที่สามารถสัมผัสรู้ได้ในลักษณะของชุมชนที่เป็นอาริยะ ๔.๑๐
เพื่อความเจริญความประเสริฐ (อาริยชน)สูงสุด สมที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ อันเป็นสัตว์ประเสริฐที่สุดในโลกอย่างแท้จริง ๕.
โครงการฟื้นฟูและรักษาสุขภาพแวดล้อมในชุมชน มีวัตถุประสงค์
คือ ๕.๑ เพื่อส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามวิถีทางธรรมชาติที่เรียบง่าย
มักน้อย สันโดษ ๕.๒ สร้างค่านิยมที่ดีในการรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชน
๕.๓ สร้างจิตสำนึกให้บุคคลนำทรัพยากรโลกมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า
๕.๔ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ๕.๕
สร้างระบบนิเวศในชุมชนให้สมดุล กิจกรรมสำคัญ
- ปลูกต้นไม้ประเภทต่างๆ ในชุมชน ได้แก่ ไม้ยืนต้น พืชผักสวนครัว
พืชสมุนไพร ผักพื้นบ้าน โดยเริ่มจากการทำดินให้สมบูรณ์ก่อน
กิจกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากขยะและแยกขยะเป็นประเภทต่างๆ
ได้แก่ พืชสด เศษอาหาร เมล็ดพันธุ์ กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ขยะติดเชื้อหรือขยะอันตราย
- กิจกรรมปุ๋ยสะอาด โดยนำเศษอาหาร เศษผักผลไม้พืชสด เศษใบไม้ร่วง
ที่มีอยู่มากมายในชุมชน ไปทำปุ๋ยหมักตามกรรมวิธีโดยใช้น้ำจุลินทรีย์ช่วยเร่งปฏิกิริยา
เมื่อได้ปุ๋ยสะอาดที่มีลักษณะเป็นดินดำบริสุทธิ์มาแล้ว ก็นำมาใช้ทำกสิกรรมต่อไป
- กิจกรรมผลิตจุลินทรีย์บำบัดกลิ่นและน้ำเสีย
ใช้จุลินทรีย์ IMO(Indigenous Microorganism) หรือจุลินทรีย์ EM(Effective Microorganism)
มีวิธีการแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน
- กิจกรรมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโดยใช้จุลินทรีย์
- กิจกรรมจำหน่ายพืชผักผลไม้ไร้สารพิษ ได้แก่ ร้านกู้ดินฟ้า
ศูนย์มังสวิรัติ
- กิจกรรมร้านค้าเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ได้แก่ บจก.พลังบุญ บจก.แด่ชีวิต บจก.ขอบคุณ
- กิจกรรมใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ
เช่น บ้าน ทำจาก ไม้ ใบจาก ไม้ไผ่, ภาชนะ ทำจาก กะลามะพร้าว หรือการใช้ตะกร้า เข่ง,
ใช้สมุนไพรในการรักษาโรค เป็นต้น
- กิจกรรมสร้างหมู่บ้าน(ชุมชน)แบบธรรมชาติ
ไม่ใหญ่โตหรูหรา ปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้าน
- กิจกรรมกลับคืนสู่ธรรมชาติ
ได้แก่ การสร้างลำธาร หาดทราย น้ำตก ภายในชุมชน เป็นการสร้างระบบนิเวศสมดุล กลับคืนสู่ธรรมชาติ
- กิจกรรมสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นและนำมาใช้จริงในวิถีชีวิต
เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยด้วย เช่น
- การทอผ้าฝ้ายใช้เอง,
ใช้สมุนไพรรักษาโรค ทำยาสีฟันฯ, การลงแขกเกี่ยวข้าว ดายหญ้า ทำอาหารฯ, การสีข้าวด้วยเครื่องจักรพื้นบ้าน,
- การทำน้ำตาลจากอ้อย
เป็นต้น
- กิจกรรมประหยัดพลังงาน ไม่ผลาญพร่าทรัพยากร โดยใช้เครื่องไฟฟ้าของส่วนกลาง
เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น หม้อต้มน้ำไฟฟ้า เตารีด ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้เป็นส่วนตัว
และไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น
- กิจกรรมอนุรักษ์สัตว์
ชาวชุมชนไม่บริโภคเนื้อสัตว์ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น งาช้าง เขากวาง
ผ้าไหม เพราะการไม่ทำลายสัตว์ จะทำให้เกิดระบบนิเวศสมดุล
๖.
ร่วมกิจกรรมพุทธศาสนาและสาธารณกุศล กิจกรรมที่สำคัญในรอบปี
ได้แก่ - งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์
จัดอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นเวลา ๗ วัน ผู้มาร่วมอบรมต้องถือศีล ๘ รับประทานอาหารมังสวิรัติวันละ
๑ มื้อ เป็นต้น ณ พุทธสถานศาลีอโศก
- งานปลุกเสกพระแทัๆ ของพุทธ
เป็นการอบรมถือศีล ๘ เคร่ง ตลอด ๗ วัน ในช่วงเดือนเมษายน รับประทานอาหารมังสวิรัติ
วันละ ๑ มื้อ เป็นต้น ณ พุทธสถานศีรษะอโศก
- งานมหาปวารณา
และตักบาตรเทโว ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ณ พุทธสถานปฐมอโศก
มหกรรมโรงบุญมังสวิรัติ
๕ ธันวามหาราช จัดทั่วประเทศ แจกอาหารมังสวิรัติแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ไม่มีการเรี่ยไรใดๆ ทั้งสิ้น - งานตลาดอาริยะปีใหม่
ในตลาดมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาต่ำกว่าทุน งดผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
ทั้งผู้จำหน่ายก็ต้องถือศีล ๕ ละอบายมุข รับประทานอาหารมังสวิรัติ ในงาน มีการแสดงธรรมเทศนาทุกเช้า
มีประเพณีการตักบาตร มีวิทยากรและปฏิบัติกรมาบรรยายเรื่องราวที่น่าสนใจ ตลอดช่วงกลางวันมี
เวทีชาวบ้าน เสนอสิ่งบันเทิงและสาระประโยชน์ และภาคบันเทิงช่วงเย็นซึ่งเป็นการแสดงบนเวทีเพื่อรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทย
ไม่มีการเก็บค่าดูใดๆ ทั้งสิ้น เลิกงานไม่เกิน ๓ ทุ่ม ทุกวัน
- การบริจาคสิ่งพิมพ์
ให้แก่ห้องสมุดโรงเรียนต่างๆ หน่วยงานของรัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ
ผู้สนใจสารัตถะสิ่งพิมพ์ของมูลนิธิฯ สามารถติดต่อได้ที่
มูลนิธิธรรมสันติ ๖๗/๑ ซ.ประสาทสิน ถ นวมินทร์
แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐ โทร. ๐-๒๓๗๔๕๒๓๐ E-mail : thatfah2520@hotmail.com
และ thatfah1977@thailand.com ๒.
กองทัพธรรมมูลนิธิ ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๒๔
สำนักงานตั้งอยู่ที่ ๖๕/๕ หมู่ ๕ ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
มีวัตถุประสงค์คือ ๒.๑ ส่งเสริมการศึกษา
ปฏิบัติ และเผยแพร่สัจธรรมในพระพุทธศาสนา ๒.๒ สนับสนุนให้ประชาชนรักษาศีลในพระพุทธศาสนา
๒.๓ ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
๒.๔ ไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมืองแต่ประการใด ประธานกรรมการตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันคือ
พลตรีจำลอง ศรีเมือง
มีกรรมการ ๒๐ ท่าน จากหลายอาชีพ และเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ถือศีล ๕ ละอบายมุขเป็นอย่างต่ำ
ส่วนใหญ่เป็นนักมังสวิรัติ มีการประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง วาระการทำงานครั้งละ ๙ ปี
ทุกคนมาช่วยงานตามความสามารถด้วยความเสียสละ
เต็มใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน จำนวนอาสาสมัครมาช่วยงานไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมแต่ละครั้งว่ามีความต้องการอาสาสมัครมากหรือน้อย กิจกรรมสำคัญ ๑.
การอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ข้าราชการและประชาชน เพื่อนำคุณธรรมที่ดีงามมาปฏิบัติโดยเน้นการรักษาศีล
๕ และศีล ๘ มีการดำเนินชีวิตที่ ขยัน กล้าจน ทนเสียดสี หนีสะสม นิยมสร้างสรร ซึ่งจะทำให้ตนเองเป็นสุข
ครอบครัวก็เป็นสุข ชุมชนและสังคมก็สงบสุข ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแนวทางไทย ๒.
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ - สนับสนุนโครงการขยะวิทยา
มีการสร้างเตาเผาขยะแบบไร้ควัน ผลจากการเผาขยะจะได้แก๊สนำมาหุงต้มอาหาร ที่ชุมชนปฐมอโศก
ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม - สนับสนุนการทำกสิกรรมธรรมชาติไร้สารพิษ
การปลูกผักพื้นบ้านและสมุนไพร เชิญเกษตรกร และ ผู้สนใจมาร่วมสัมมนาปีละไม่น้อยกว่า
๑ ครั้ง ๓. การจัดรายการวิทยุเผยแพร่สาระประโยชน์ -
เผยแพร่ธรรมเพื่อเป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ ให้กำลังใจแก่ผู้ประสบปัญหาด้านต่างๆ
โดยแทรกความรู้คู่คุณธรรม ให้ผู้ฟังยึดมั่นในหลักธรรม
เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาและดำเนินชีวิต ให้ถูกต้องชอบธรรมในสังคม -
เผยแพร่การทำกสิกรรมธรรมชาติไร้สารเคมีและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แนะนำและให้กำลังใจ
แก่เกษตรกรให้รักและภูมิใจในงานอาชีพเกษตรกรรม ทำให้สามารถยืนหยัดงานพัฒนาอาชีพนี้ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
เพื่อยับยั้งปัญหาการละทิ้งพื้นที่ทำกิน เข้าสู่การใช้แรงงานในเมืองใหญ่ ๔.
สนับสนุนการจัดตั้งชุมชนพึ่งตนเองตามแนวทางพุทธศาสนา
ได้แก่ ชุมชนราชธานีอโศก ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำมูล ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ
จ.อุบลราชธานี เริ่มโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ๓.
สมาคมผู้ปฏิบัติธรรม ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๒๗
มีวัตถุประสงค์ คือ ๓.๑ ธำรงรักษา
บำรุงส่งเสริม และเผยแพร่สัจธรรมของพระพุทธศาสนา ๓.๒
ส่งเสริมการศึกษาปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ๓.๓
ส่งเสริมการพิมพ์หนังสือธรรมะ เทปธรรมะ และอุปกรณ์ในการเผยแพร่ธรรมะออกสู่สาธุชนทั่วไป
๓.๔ บำรุงสาธารณประโยชน์โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง กิจกรรมสำคัญ สมาคมผู้ปฏิบัติธรรม
ได้จัดทำหนังสือ ดอกหญ้า
ราย ๒ เดือน แจกฟรีแก่สมาชิก ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีชมรมต่างๆ
ที่เกิดขึ้นก่อนแล้ว มาเข้าร่วม และทั้งที่เกิดขึ้นภายหลัง ดังนี้ ๑.
ชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๒๖ ปัจจุบันมี
๓ สาขา คือ ศูนย์มังสวิรัติ สาขาชมรมมังสวิรัติฯหน้าสันติอโศก, ร้านชมรมมังสวิรัติฯ
จ.เชียงใหม่ และร้านชมรมมังสวิรัติฯ จ.นครราชสีมา ๒.
ชมรมหัตถกรรมกะลาไท ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๒๗ เพื่อดำรงไว้ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยที่เรียบง่าย ๓.
ห้องสมุดสมาคมผู้ปฏิบัติธรรม ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๒๗ มีวัตถุประสงค์
คือ ๓.๑ เพื่อเก็บรวบรวมและให้บริการข้อมูลหลักฐานหนักเน้นด้านศาสนา
ธรรมะไม่มีข้อจำกัด ๓.๒ เพื่อช่วยการค้นคว้าข้อมูล
เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ๓.๓ เพื่อเก็บรวบรวมสิ่งพิมพ์และให้บริการข้อมูลของ
ชาวอโศก ไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ๓.๔ เพื่อเก็บรวบรวมและให้บริการความรู้เบื้องต้นของทุกสาขา ๔.
ชมรมนักศึกษาผู้ปฏิบัติธรรม (นศ.ปธ.) ก่อตั้งเมื่อปี
๒๕๒๘ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติธรรม ให้เกิดความมีน้ำใจและจริงใจในหมู่นักศึกษา
และมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ร่วมกันจัดโรงบุญ ๕ ธันวามหาราช, ขายอาหารมังสวิรัติที่ร้านแผง
๒๒ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดอบรม พุทธทายาท ในช่วงปิดภาคเรียน ๕.
ชมรมสัมมาสิกขาพุทธธรรม ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๓๗ อบรมจริยธรรมในวันอาทิตย์แก่เยาวชนที่มีอายุ
๔ - ๑๘ ปี และจัดทำวารสาร ดอกบัวน้อย ราย ๒ เดือน แจกฟรีแก่เยาวชนด้วย ๖.
โรงสีสมาคมผู้ปฏิบัติธรรม จ.ขอนแก่น ก่อตั้งเมื่อปี
๒๕๓๔ รับสีเฉพาะข้าวกล้อง ๗. โรงเจสมาคมผู้ปฏิบัติธรรม
จ.จันทบุรี ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๓๕ สำนักงานตั้งอยู่ที่
๖๗/๓๐ ซ.เทียมพร ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐ โทร.
๐-๒๓๗๔๕๖๓๑
๔. ธรรมทัศน์สมาคม
ก่อตั้งเมื่อปี
๒๕๓๑ มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมงานเผยแพร่พุทธธรรม ด้วยสื่อสาระสัจจะทุกประเภท
เช่น สิ่งพิมพ์ เท็ปเสียง วิทยุ โทรทัศน์ วีดีโอ ซีดี จิตรกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม
สถาปัตยกรรม นาฏกรรม เพลง ดนตรี แผ่นภาพ โปสเตอร์ ภาพยนตร์ สำนักงานตั้งอยู่ที่
๖๕/๑ ซ.เทียมพร ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐ โทร. ๐-๒๗๓๓๔๐๒๗,
๐-๒๓๗๕๔๕๐๖ ๕.
มูลนิธิเพื่อนช่วยเพื่อน เกิดขึ้นในปี
๒๕๔๔ มีวัตถุประสงค์ในการธำรงรักษา ส่งเสริมการศึกษาปฏิบัติธรรม และการเผยแพร่ สัจธรรมของพระพุทธศาสนา
ทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์เป็นหลัก สำนักงานตั้งอยู่ที่
๖๗/๒๑ ซ.ประสาทสิน ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐ โทร. ๐-๒๗๓๓๕๕๕๐-๔
แฟกซ์ ๐-๒๗๓๓๕๙๙๘ ทุกอย่างย่อมมีการเสื่อมไปตามสภาพธรรม
เรือนทรงไทยหลังนี้ ได้รับการใช้ประโยชน์อย่าง มากมายเพื่อมวลมนุษยชาติมานาน จนกระทั่งชำรุดทรุดโทรม
เมื่อคุณตะวัน สิริวรวิทย์ มาสำรวจจึงพบว่า เสาเรือนเกือบทุกต้นมีปลวกกัดกินจนกร่อน
น่ากลัวว่าจะพังลงมา จึงได้มีการประชุมตกลงกันเพื่อรื้อถอนและสร้างพระวิหารหลังใหม่ขึ้นมาแทนที่
เรือนทรงไทยหลังนี้จึงถูกรื้อถอนออกไปทั้งหลัง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๖
และทำการก่อสร้าง พระวิหารพันปีเจดีย์บรมสารีริกธาตุ ซึ่งออกแบบโดยคุณอภิสิน ศิวยาธร
ขึ้นมาแทนที่ ได้ตอกเสาเข็มลงเป็นต้นแรกเมื่อวันอังคารที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ และยังคงดำเนินการก่อสร้างอยู่จนทุกวันนี้ |