| ข.
ร่วมฉลองกาญจนาภิเษก ปี ๒๕๓๙
เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ ๕๐
สมณะโพธิรักษ์และชาวอโศก จึงได้ถือเอาพระวิหารฯ อันเป็นที่เคารพสักการบูชาสูงสุดนี้
เป็นราชสักการะแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๓๙
ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา สมณะ โพธิรักษ์ได้นำพาหมู่สงฆ์ และญาติธรรม กระทำพิธีอัญเชิญ
พระบรมสารีริกธาตุ พร้อมทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายสมัยรวม ๑๐ องค์ ขึ้นประดิษฐานไว้ในพระเจดีย์ทองคำ
แล้วอัญเชิญเจดีย์ทองคำ ขึ้นสู่ยอดโดมสูงสุดของพระวิหารฯเพื่อเตรียมเฉลิมฉลอง และในวันที่
๙ มิถุนายน ๒๕๓๙ อันเป็น วันกาญจนาภิเษก
พ่อท่านฯ ก็พาหมู่กลุ่มประกอบพิธี มีการสวดมนต์ทำวัตรเช้า การแสดงธรรมก่อนฉัน และกิจกรรมภาคบ่าย
ส่วนญาติธรรมก็ได้ร่วมใจกันเปิด โรงบุญมังสวิรัติ หลายร้านตลอดแนวถนน เพื่อเฉลิมฉลองวาระอันเป็นมิ่งมหามงคลครั้งนี้ด้วย พุทธสถานสันติอโศก
จึงเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งสักการะบูชาอันสูงสุด เป็นส่วนน้อมนำให้เกิดจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
อันเป็นเส้นทางแห่งโลกุตระทั้งแก่ชาวอโศก และผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายตลอดจนผู้เข้ามาเยี่ยมเยือน
ดังที่ผู้ถวายที่ดินแปลงนี้ซึ่งได้จากไปเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ ได้เกิดจิตศรัทธาเลื่อมใสอย่างมั่นคงตราบชีวิตหาไม่.
กาลเวลาผ่านไป ผู้ที่สนใจใฝ่ธรรมก็มากขึ้นตามลำดับ ทั้งได้ลาออกจากงานทางโลกมาเป็นคนวัดและคนในชุมชน
ต่างช่วยกันทำงานที่เป็นสัมมาอาชีพตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘ จนเกิดหน่วยงานต่างๆ ขึ้นหลายหน่วยงานภายในชุมชน
ซึ่งดำเนินงานโดยใช้หลักบุญนิยม ตามที่สมณะโพธิรักษ์ได้อบรมและพาทำ ค.
หลักการแห่ง ระบบบุญนิยม ขอบข่ายของระบบบุญนิยม:
::
ธุรกิจการค้า ::
การศึกษา ::
กสิกรรม ::
อุตสาหกรรม ::
การเงินการธนาคาร
::
สาธารณสุข ::
การบริโภค ::
การสื่อสาร ::
การเมือง ::
ศิลปะ อุดมการณ์
๑. แรงงานฟรี ๒. ปลอดหนี้
๓. ไม่มีดอกเบี้ย ๔. เฉลี่ยทรัพย์เข้ากองบุญ
หลักการตลาด ๑. ขายของที่ดี
๒. ราคาถูก ๓. ซื่อสัตย์ ๔. มีน้ำใจ
นโยบายการค้า ๑. ขายถูก
๒. ไม่ฉวยโอกาส ๓. ขยัน อุตสาหะ ๔. ประณีต ประหยัด โดยมี
อุดมคติในการขายราคาถูกเป็น
๔ ระดับ คือ ขั้นที่
๑ ขายให้ต่ำกว่าราคาท้องตลาดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงแต่พอเป็นเครื่องอาศัย
ตามความจำเป็นของชีวิต ซึ่งมีระดับความสันโดษไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ซึ่งยังไม่ถือว่าเป็นบุญนิยมทีเดียว ขั้นที่
๒ ขายเท่าทุน ยังไม่มีบุญ แต่ก็ไม่มีบาป ให้พออาศัยต่อทุนทำงานต่อไป ถือว่าเป็นการ
เริ่มต้นบุญนิยมขั้นแรก ขั้นที่
๓ ขายต่ำกว่าทุน ที่ลงไป โดยอาจไม่รวมค่าแรง ค่าโสหุ้ยต่างๆ ค่าวัตถุดิบ
ซึ่งผลิตเอง หรือ เก็บจากธรรมชาติ ขายต่ำลงได้มากเท่าไร
ก็เป็นบุญมากเท่านั้น ขั้นที่
๔ แจกฟรี เป็นการสังเคราะห์เกื้อกูลกันไป เป้าหมายของการทำงานใน
ระบบบุญนิยม จึงไม่ได้มุ่งค่าตอบแทนที่เม็ดเงินยิ่งไปกว่าการได้รู้จักตนเองด้วยอาวุธแห่งไตรสิกขาและตรวจตน
มองตน มีสัญชาติแห่งคนตรง ไม่ย่อท้อต่อกิเลสตัวใด เพราะถ้าเราไม่เห็นกิเลส ไม่รู้จักตัวเอง
เราจะถูกกิเลสทำลาย ไม่สามารถพัฒนาตัวเองให้พ้นกิเลสได้ และนี่คือค่าตอบแทนที่สูงค่า
ที่มอบแด่ผู้ทำงานทุกคน ระบบบุญนิยม
จึงเริ่มต้นจากการ สร้างคนดีมีศีล
ให้ได้ก่อน คนดีที่ว่านี้ คือบุคคลที่จะต้องฝึกฝนตนสู่ทิศทางเหนือโลก (โลกุตระ) ลดละการบำเรอตน
เข้าถึงอริยสัจธรรมไปตามลำดับขั้น จนเกิด โลกุตรจิต
เป็นผลการปฏิบัติได้จริง อยู่กับโลกอย่างรู้เท่าทันโลก (โลกวิทู) รู้เท่าทันความทุกข์
รู้เท่ากันความเป็นไปของโลกอันเห็นชัดในกิเลสของคนที่ยังมัวเมาลุ่มหลงกับลาภ ยศ สรรเสริญ
โลกียสุข อันเป็นเหตุแห่งการแก่งแย่งเอารัดเอาเปรียบเบียดเบียนกัน หน่วยงานที่ดำเนินการโดยใช้หลัก
บุญนิยม ดังกล่าว มีดังนี้ ธุรกิจการค้าบุญนิยม
การศึกษาบุญนิยม กสิกรรมบุญนิยม อุตสาหกรรมบุญนิยม การเงินบุญนิยม
สาธารณสุขบุญนิยม การบริโภคบุญนิยม สื่อสารบุญนิยม การเมืองบุญนิยม
ศิลปะบุญนิยม ๑. ธุรกิจการค้าบุญนิยม
ได้แก่ กิจการ ๕ พาณิชย์ คือ
๑.๑ บริษัท พลังบุญ
จำกัด จำหน่ายสินค้าชุมชน พืชผักไร้สารพิษ ธัญพืช
อาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ยาสมุนไพร สินค้าพื้นเมือง เช่น ผ้าฝ้าย เครื่องปั้นดินเผา
เป็นต้น โดยขายปลีก ไม่ขายส่ง ๑.๒ บริษัท
แด่ชีวิต จำกัด จำหน่ายสินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
ยาสมุนไพร เป็นต้น โดยขายส่ง ไม่ขายปลีก ๑.๓
บริษัท ขอบคุณ จำกัด จำหน่าย ผัก ผลไม้ พืชไร่ ไร้สารพิษ
จากเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย และผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนชาวอโศก โดยขายส่ง
ไม่ขายปลีก ๑.๔ ร้านของชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย
มี ๒ สาขา คือ ศูนย์มังสวิรัติ จำหน่ายอาหารมังสวิรัติ ซึ่งปรุงโดยใช้พืชผักไร้สารพิษสาขาหน้าสันติอโศก
และร้านชมรมมังสวิรัติฯ สาขาจตุจักร ๑.๕
ร้านกู้ดินฟ้า จำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ ไร้สารพิษ จากเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษชาวอโศก ๒.
การศึกษาบุญนิยม ประกอบด้วย
๒.๑ นักเรียนพุทธธรรมวันอาทิตย์ ๒.๒
โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก ๒.๓ โครงการสัมมาสิกขาลัยวังชีวิตวิทยาเขตสันติอโศก
เป็นโรงเรียนเอกชนประเภทการศึกษาสงเคราะห์ ตามมาตรา
๑๕(๓) ของพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
(สช.) รับนักเรียนอยู่ประจำตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ โดยถือปรัชญาการศึกษาว่า
ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา เปิดโอกาสให้แก่เด็กในสังคมพุทธ ได้ศึกษาและให้ผู้ใหญ่ที่เป็นครูทุกคน
ได้มีโอกาสทำงานเสียสละร่วมกัน เป็นการศึกษาเพื่อชีวิต เพื่อพัฒนาคน(ทั้งผู้สอนและผู้เรียน)
พัฒนาสังคม ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ พร้อมกับสร้างสังคมแบบพุทธ
ซึ่งจะเป็นความร่วมมือกันระหว่างพุทธสถาน ชุมชน และโรงเรียน โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก
มิได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อการแสวงหากำไร แต่เกิดจากความศรัทธาของผู้ปฏิบัติธรรม ที่ได้ปฏิบัติธรรมจนถือศีล
๕ ได้เป็นอย่างต่ำ เว้นขาดจากอบายมุข และรับประทานอาหารมังสวิรัติ ครูบางคนอาจจะถือศีล
๘ หรือมากกว่านั้น ในกรณีที่เป็นสมณะที่บวชตามพระธรรมวินัยและสิกขมาตุ จากความเชื่อมั่นในวิถีชีวิตแบบบุญนิยม
ทำให้เกิดระบบการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรม จนสามารถขยายไปสู่เยาวชนที่เต็มใจจะปฏิบัติธรรม
รับการอบรมจากโรงเรียนสัมมาสิกขาแห่งนี้ ตามปรัชญาที่เรียงลำดับความสำคัญว่า ศีลเด่น
เป็นงาน ชาญวิชา ลักษณะเด่นของโรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก
ที่ต่างจากโรงเรียนเอกชนทั่วไป ::
ไม่เก็บค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมใดๆ ::
ครูทุกคนมีความสมัครใจที่จะไม่รับเงินเดือน ::
นักเรียนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบพื้นฐานที่โรงเรียนกำหนด ได้แก่ ถือศีล ๕ ละอบายมุข
รับประทานอาหารมังสวิรัติ ตลอดจนระเบียบอื่นๆ และต้องพักค้างในโรงเรียนหรือบริเวณพุทธสถาน แนวทางการจัดการศึกษา
การบริหารงานภายในโรงเรียนและการอบรมดูแลนักเรียน พยายามปรับให้สอดคล้องกับการศึกษาในระบบบุญนิยม
กล่าวคือ นโยบายและแผนการศึกษา
ซึ่งคณะสงฆ์ชาวอโศกเป็นผู้กำหนดตามแนวทางของระบบบุญนิยมนั้น มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ::อบรมและฝึกฝนผู้สอน
ให้เป็นผู้เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้เรียนในด้านคุณธรรมและความประพฤติ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง ::ให้เป็นผู้นำทางวิชาการ
สามารถบูรณาการวิชาความรู้ต่างๆ ไปพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่อุดมด้วยคุณธรรม มีสัมมาอาชีพเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับจุลภาค ::จัดการศึกษาแบบพึ่งตนเอง
ให้สอดคล้องกับชีวิตจริงตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ::ผลิตนักเรียนออกไปรับใช้ชุมชน
สังคม ประเทศ และมวลมนุษยชาติ การวัดผลและการประเมินผล
ประเมินผลจากคุณธรรม ๘ ประการ คือ ::สะอาด
:::
ขยัน :::
ประหยัด :::
ซื่อสัตย์ ::
เสียสละ ::กตัญญู
::ตรงต่อเวลา สัมมาสิกขาลัยวังชีวิต
วิทยาเขตสันติอโศก นักเรียนส่วนหนึ่งเมื่อเรียนจบจากเราแล้ว
ก็อยากจะอยู่กับเราต่อ และมีความจำเป็นต้องไปใช้ชีวิตในระบบสังคมภายนอกที่ต่างจากสังคมชาวอโศกโดยสิ้นเชิง
เราจึงได้จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเพื่อต่อเนื่องจากระดับมัธยมศึกษาขึ้น ที่ราชธานีอโศก
จ.อุบลราชธานี โดยมี พลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นประธานโครงการ เราไม่เข้าสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย
และยังคงเน้น ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ต่อเนื่องจากโรงเรียนสัมมาสิกขาฯ สัมมาสิกขาลัยวังชีวิต
มีเพียงคณะเดียว คือ คณะพุทธชีวศิลป หมายถึง การศึกษาศิลปะของการมีชีวิตอยู่ตามแนวพุทธ
ซึ่งเป็นวิชาที่จำเป็นที่สุด การคัดเลือก เพื่อเป็นนักเรียนทุนของสัมมาสิกขาลัยวังชีวิตวิทยาเขตสันติอโศก
ใช้วิธีการสัมภาษณ์โดย พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ สมณะ และคณะครู ใน ๒ กรณี คือ กรณีที่
๑ ผู้สมัครเป็นบุคคลภายนอก ต้องเข้ามาอยู่ในพื้นที่เป็นนิสิตดูตัวอย่างน้อย ๑ ปี
ก่อน กรณีที่ ๒ ผู้สมัครจบการศึกษาจากโรงเรียนสัมมาสิกขา
หรือเป็นคนวัดที่เคยอยู่วัดประจำต่อเนื่องมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๑ ปี หรือหากไม่ต่อเนื่อง
คืออยู่บ้างไม่อยู่บ้าง แต่ได้ติดตามศึกษาปฏิบัติธรรมกับชาวอโศกมาไม่น้อยกว่า ๓ ปี
ให้มีใบรับรองจากคุรุ และสมณะ ทั้งนี้ต้องเข้ามาอยู่ในพื้นที่เพื่อดูตัว อย่างน้อย
๑ เดือน ก่อนการคัดเลือก การวัดผลการศึกษา
ประเมินตามปรัชญาการศึกษา คือ ด้าน ศีลเด่น
๔๐% ด้าน เป็นงาน ๓๕% ด้าน ชาญวิชา ๒๕% ๓.
กสิกรรมบุญนิยม เน้นกสิกรรมธรรมชาติไร้สารพิษ
มีกิจกรรมดังนี้ ๓.๑ สามอาชีพกู้ชาติ พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์
ให้ความสำคัญในเรื่อง กสิกรรม มาก ท่านได้กล่าวไว้ว่า มีแต่ ๓ อาชีพ นี้เท่านั้น
ที่จะกู้ชาติได้ คือ :: กสิกรรมธรรมชาติ
/ :: ขยะวิทยา
/ :: ปุ๋ยสะอาด โดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศเหมาะอย่างยิ่งในการทำกสิกรรม
ท่านจึงเน้นย้ำให้ชาวอโศกต้องเป็นหลักในเรื่องของกสิกรรม เพราะ อาหารเป็นหนึ่งในโลก
ทุกคนต้องกินอาหาร ส่วนในการทำ กสิกรรมธรรมชาติ
นั้น มีหลักอยู่ ๓ ประการ ไม่ไถพรวนดิน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี
ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง หัวใจ ของการทำกสิกรรมธรรมชาติ
คือ การบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ก่อน เพราะดินที่ไม่ดีนั้น คือ ดินป่วย ผลผลิตที่ได้มาก็ไม่สมบูรณ์
ผู้บริโภคก็จะป่วยด้วย เรียกว่า sick soil sick plant
sick people ดินป่วย- ผักป่วย คนก็ป่วย ดังนั้น
ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ก็คือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เมื่อคนกินอาหาร
ก็จะเกิดกากเกิดเศษอาหาร ซึ่งเราสามารถนำขยะเหล่านั้นมาแปร มาสังเคราะห์ ตามหลักวิชา
เรียกว่า ขยะวิทยา แล้วนำขยะที่สังเคราะห์แล้ว มาจัดการให้ได้สัดส่วนที่ดี ก็จะเกิดเป็นปุ๋ยหมัก
ปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งเป็น ปุ๋ยสะอาด หรือปุ๋ยที่ดี เมื่อนำไปใช้ก็จะได้ผลผลิตที่ดี คนกินอาหารก็ได้อาหารที่ดีด้วย
และนั่นคือ การหมุนเวียนเป็นวงจรที่สมบูรณ์ของท่านได้ชี้ให้เข้าใจถึง ปรัชญาธรรมชาติ
ว่า พึ่งตนเอง
ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างสิ่งแวดล้อม เอื้อเฟื้อพี่น้อง
๓.๒ โครงการกู้ดินฟ้า มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าว
พืชผัก ผลไม้ แบบไร้สารพิษ โดย บริษัท ขอบคุณ จำกัด เป็นผู้ประสานงานจัดหาตลาดรองรับผลผลิต
มีการออกไปลงพื้นที่ดูงานและเยี่ยมเกษตรกร ทั้งที่เป็นเครือข่ายของชุมชนชาวอโศกและสมาชิกเครือข่ายฯ
เพื่อให้กำลังใจและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทุกด้านเท่าที่สามารถทำได้ ตลาดที่รองรับผลผลิตเหล่านี้
ได้แก่ บจก.ขอบคุณ บจก.พลังบุญ บจก.แด่ชีวิต ร้านกู้ดินฟ้า ตลาดนัดพลังบุญ และร้านมังสวิรัติสาขาต่างๆ
เป็นต้น ๓.๓ ตลาดนัดพลังบุญ ชาวชุมชนสันติอโศก
ได้เปิดตลาดนัดพลังบุญขึ้น ที่บริเวณลานจอดรถหลังบริษัทพลังบุญ ช่วงเวลาเปิดตลาดคือ
๐๕.๓๐ น.-๐๘.๓๐ น. โดยเน้นให้ญาติธรรมนำพืชผักผลไม้ไร้สารพิษ น้ำหมักจุลินทรีย์ และของกินของใช้ที่จำเป็นมาขายในราคาบุญนิยม
ซึ่งพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ได้ให้นโยบายเน้นขายเพื่อช่วยผู้ผลิตจริงๆ ดังนี้ เปิดโอกาสให้ญาติธรรมมาขายของในตลาด
เป็นพืชผักผลไม้ที่ไร้สารพิษ ขายถูกกว่าท้องตลาด เป็นผลผลิตจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง
และไม่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือยหรือมอมเมา ๓.๔ กลุ่มพึ่งตนเอง
เป็นกลุ่มศิษย์เก่าของโรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศกที่รวมตัวกันทำกสิกรรมธรรมชาติ
ไร้สารเคมี และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการรักษาความสะอาด อยู่ที่สวนสามวา เขตมีนบุรี ๔.
อุตสาหกรรมบุญนิยม ประกอบด้วย
๔.๑ กลุ่มพุทธรักษา
เป็นฐานงานที่ผลิตแชมพูสมุนไพร น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน สบู่เหลวจากสมุนไพร ฯ ๔.๒
กลุ่มชราภิบาล เป็นกลุ่มของผู้สูงอายุที่มารวมกลุ่มทำกิจกรรมผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
เช่น เทียนหอมกลิ่นตะไคร้ น้ำมันตะไคร้ไล่ยุง ยาหม่อง กาแฟถั่วเหลือง เป็นต้น ๔.๓
ฐานเต้าหู้ เพื่อรับประทานกันในชุมชน และจำหน่ายที่ร้านของชุมชน ๔.๔
ฐานแปรรูปอาหาร เช่น เค้กกล้วยหอม, งาตัด, ซุปฟักทอง,
ซุปแครอทฯ โดยทีมนักเรียนสัมมาสิกขาฯ ๔.๕
ฐานผลิตน้ำสมุนไพร เช่น น้ำเสาวรส น้ำแครอท น้ำใบเตย
ฯ ที่สะอาด ถูกสุขอนามัย ๕.
การเงินบุญนิยม ประกอบด้วย
๕.๑ กองสาธารณโภคี รายได้ทั้งหมดจากธุรกิจการค้าบุญนิยมต่างๆ
จะนำมารวมกันเป็นส่วนกลาง และเบิกจ่ายจากส่วนกลาง เป็น สาธารณโภคี คือ ใช้ของส่วนกลางร่วมกัน ๕.๒
กองบุญสวัสดิการ มีลักษณะเป็นกองบุญ บุญนิยม
อย่างหนึ่ง คือเป็นที่รวมเงินกองกลางชนิดหนึ่งที่จะให้ชาวอโศกที่มีเงินทอง นำเงินมารวมกันไว้ที่นี่หรือมาฝากไว้คล้ายๆ
กับธนาคาร เพราะไม่มีดอกเบี้ยให้ และ คนที่จะมายืมเงินจาก กองบุญสวัสดิการนี้ไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์
ก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยด้วย โดยสรุปแล้ว จะไม่มีการคิด ดอกเบี้ย ทั้งในการฝาก
และการให้ยืม มีแต่ ดอกบุญ หรือ บุญ-กุศล ที่จะได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกวันนี้ชาวอโศกทำงานกับสังคมวงกว้างขึ้น
แม้เราจะมีประสิทธิภาพในการทำงานแต่ถ้าขาดทุนรอนหมุนเวียน ก็จะทำงานไม่ได้ผล จึงมีความจำเป็นจะต้องระดมเงินออกมา
เพื่อสะพัดเงินทุนเหล่านั้นออกไป ให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีสมรรถภาพ ที่จะทำงานใหญ่
ได้ใช้เป็นทุนรอนในการทำงาน มีเป้าหมายคือ
๕.๒.๑ เป็นกองทุนกลางที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านต่างๆ
ในสังคมชาวบุญนิยม ที่ต้องใช้ทุนรอนมาก ๕.๒.๒
เป็นแหล่งในการช่วยรักษาทรัพย์สินและเงินออมที่แต่ละคนสะสมไว้ เหมือนกับธนาคารทั่วไป ๕.๒.๓
ทำหน้าที่เป็นเสมือนนาบุญ ที่ใครได้หว่านเมล็ดลงไป ก็จะงอกเงยเป็น ดอกบุญ หรือเป็นบุญกุศลตามสัจธรรม ๕.๒.๔
เป็นดรรชนีเครื่องชี้วัดถึงวัฒนธรรมในการเสียสละของผู้คนในสังคม และเป็นเครื่องวัดความเจริญงอกงามในสัจธรรมของชาวบุญนิยมว่า
เจริญงอกงามเป็นปึกแผ่นแน่นหนาแค่ไหน ๕.๒.๕ เป็นเครื่องพิสูจน์สัจธรรมของพระพุทธเจ้า
และ สื่อแสดง ให้ชาวได้เกิดศรัทธาเชื่อถือ เชื่อฟังและเชื่อมั่นในหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนให้คนลดละความโลภได้จริง
มีความเสียสละ ไม่เห็นแก่ลาภ ยศ อามิส หรือเสียงสรรเสริญต่างๆ ได้จริง ๕.๒.๖
เป็นเครื่องขัดเกลาความโลภ ความเห็นแก่ตัว ตลอดจนเป็นเครื่องพิสูจน์คุณธรรมของชาวสังคมบุญนิยม
ว่าสามารถลดละความโลภได้จริงจนเกิดเป็นประโยชน์ตนมากน้อยแค่ไหน ๕.๒.๗
เป็นการช่วยแก้ปัญหาของสังคมที่ตรงจุด จนเกิดเป็นประโยชน์ท่าน เพราะเป็นระบบที่มุ่งช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริงโดยไม่แฝงไว้ด้วยความฉ้อแล
หรือมีกลวิธีที่อาศัยอามิสต่างๆ เป็นเครื่องหลอกล่อโดยตลอดสาย ผิดกับระบบทุนนิยม
ที่เป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของสังคมอย่างพรางลวง ตลอดจนแฝงไว้ด้วยความฉ้อฉลซับซ้อน
ที่ดูดเอาผลประโยชน์จากคนยากจนไปเลี้ยงดูคนมั่งมีอย่างทารุณตลอดสาย ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ๕.๓
กลุ่มสัจจะออมทรัพย์สันตินาครบุญนิธิ ก่อตั้งเมื่อปี
๒๕๔๑ สำนักงานตั้งอยู่ที่ ๖๗/๓๒ ซ.ทาวน์เฮ้าส์สันติอโศก ถ.นวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม
เขตบึงกุ่ม กทม. ๑๐๒๔๐ รับสมาชิกในเขต กทม.
และจังหวัดใกล้เคียงอีก ๑๓ จังหวัด คือ สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปทุมธานี,
อยุธยา, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรปราการ, สระบุรี, สุพรรณบุรี, ราชบุรี, ชลบุรี, สมุทรสงคราม
มีวัตถุประสงค์ คือ ::
สร้างนิสัยออมทรัพย์ ::
ช่วยเหลือสมาชิกที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ::
มีสวัสดิการให้แก่สมาชิก ::
ชุมชนมีเงินทุนมาพัฒนาชุมชนและสังคม(สาธารณโภคี) ::
ส่งเสริมการเกื้อกูลในแนวทางบุญนิยม ::
เพื่อความเป็นปึกแผ่นและเสถียรภาพทางการเงิน ๖.
สาธารณสุขบุญนิยม ประกอบด้วย
ศาลาสุขภาพ คลีนิกทันตกรรม ศูนย์สุขภาพชุมชน ๗.
การบริโภคบุญนิยม ประกอบด้วย
โรงครัวกลาง ห้องจักร(ตัดเย็บเสื้อผ้า) หน่วยตรวจสอบและพัฒนาคุณภาพสิ่งผลิตของชาวอโศก
(ต.อ.) ๘. สื่อสารบุญนิยม
ประกอบด้วย บริษัท ฟ้าอภัย จำกัด
สำนักพิมพ์กลั่นแก่น ธรรมทัศน์สมาคม ห้องสมุดสมาคมผู้ปฏิบัติธรรม
กลุ่มสุดฝั่งฝัน กลุ่มสะพานดาว ห้องเผยแพร่เท็ป คลังเสียงและธรรมโสต
แผนกธรรมปฏิสันถาร แผนกธรรมปฏิกรรม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุชุมชน
ฝนปรอยร้อยแปด ๙. การเมืองบุญนิยม
พรรคเพื่อฟ้าดิน
มีนโยบายพัฒนาประชาธิปไตยด้วยการเมืองอาริยะ หรือการเมืองบุญนิยม มุ่งสร้างคนให้มีคุณธรรมเป็นรากฐานประชาธิปไตย
พัฒนาชุมชนไทยให้มีศีล ปลอดอบายมุข พึ่งตนเองได้ ไม่แก่งแย่งแสวงอำนาจและประโยชน์โดยมิชอบ ผู้ทำงานการเมืองอาริยะหรือการเมืองบุญนิยม
ต้องเป็นอาริยะบุคคล มีความซื่อสัตย์ มีสมรรถภาพ มีความรู้ความสามารถ ไม่ติดในลาภ
ยศ สรรเสริญและโลกียสุข ปลอดภาระส่วนตัว อุทิศตนทำงานรับใช้ประชาชนได้อย่างอิสระ
โดยไม่รับค่าตอบแทนเป็นของตน ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างเป็นสุขที่สันติ ปลอดภัย
ดีงาม สงบ ร่าเริง เบิกบาน สร้างวัฒนธรรมการดำเนินชีวิต เป็นสังคมพึ่งพาเกื้อกูลกันสูงที่สุด
เป็น สาธารณโภคี
กินอยู่ใช้สอยรวมกันเป็นกองกลาง เกื้อกูลกันตามมีตามได้ สร้างสังคมประเทศชาติด้วยคุณภาพของชุมชนบุญนิยม
ซึ่งมีคติความเชื่อที่มุ่ง บุญ เป็นที่ตั้ง ภายใต้คำขวัญว่า เศรษฐกิจพึ่งตน
ชุมชนเข้มแข็ง ประชามีธรรม ประเทศมีไท ๑๐.
ศิลปะบุญนิยม ส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจศิลปะว่าคือมงคลอันอุดม
คือเหตุที่ก่อให้เกิดความประเสริฐแก่มนุษย์ นำพาไปสู่ความเจริญอันสูงสุด มีทั้งสุนทรียศิลป์
มีทั้งแก่นศิลป์ และใช้ศิลปะในการสร้างสรร สุนทรียศิลป์ก็คือสิ่งที่สร้างที่ประกอบ
ชี้ชวนให้คนเกิดสนใจ เพื่อไปเอาแก่นศิลป์หรือเอาสาระ ไม่ว่าจะเป็นการวาด การเขียน
การปั้น วรรณกรรม ท่าทาง ลีลา หรืออะไรอื่นอีกก็ตาม จะชี้ชวนนำไปสู่สาระประโยชน์อันเป็นคุณค่าที่แท้จริงแก่มนุษย์
ไม่ใช่เป็นมหรสพมอมเมาหรือเป็นอนาจาร เช่น ถ้าเขียนภาพโป๊เปลือย เมื่อคนดูภาพแล้วเกิดการลดราคะได้
ก็เป็น ศิ ล ป ะ
แต่ถ้าดูแล้วราคะก็ขึ้น อย่างนี้เป็น อ
น า จ า ร งานศิลปะดังกล่าว
สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้ จากพระวิหารพันปีเจดีย์บรมสารีริกธาตุ
การก่อสร้างพระวิหารฯ นี้ พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ได้กำหนดประเด็นอันเป็นเป้าหมายสำคัญในการก่อสร้างไว้
๓ ประการ คือ ๑. ให้เกิดความสัมพันธ์กับธรรมชาติและศิลปะ
๒. เป็นอาคารใช้สอยที่เนื่องเกี่ยวกับทางด้านศาสนาให้มาก
๓. ให้มีผลกระทบทางจิตวิญญาณ |