|  กลับไป  

      

  • บุญนิยม
  • พระจันทร์
  • ศีลธรรม
  • ร้อยดาว
  • Tissa



  • สมณะโพธิรักษ์


    หลวงพ่อธรรมชาติ


    สมณะเสียงศีล


    Tissa


    ท่านจันทร์





                                   


        เน้นลึก..เน้นในเนื้อแท้ของงาน..

        Hot News, Monday to Sunday, 3.30 am - 24.00 pm.

    สกู๊ปพิเศษ ท่านเดินดิน ปักษ์หลัง พ.ค. 2551 จากงานเพื่อนฟ้าดินที่หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศกที่จัดระหว่างวันที่ ๑๗ -๑๙ พ.ค. ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ท่านสมณะเดินดินติกขวีโร มีข้อคิดฝากญาติธรรมดังนี้

    -งานเพื่อฟ้าดินที่ผ่านมา ท่านได้ข้อคิดอะไรบ้าง? งานครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นงานเล็ก ๆ เน้นลึกเน้นใน เป็นงานเล็กที่ลึกและอบอุ่น ญาติธรรมที่มาร่วมงานนี้ประมาณ ๔๐๐ คนเท่านั้นเอง เป็นข้อที่น่าคิดว่า ถ้าเราเน้นใน เราจะได้งานในเชิงลึก แต่ถ้าเราเน้นกว้าง งานก็จะกว้างแต่ไม่ได้ลึกตามไปด้วย ดังนั้นงานเพื่อฟ้าดินในปีต่อๆ ไปจึงน่าจะเหมือนงานที่สรุปผลการพัฒนาของชาอโศก ในเรื่องของกสิกรรม ธรรมชาติ ปุ๋ยสะอาด และ อาจจะแถมเรื่องขยะวิทยาด้วยก็ได้ ว่าเรามีพัฒนาการก้าวหน้าไปถึงไหน? -เราก็เอาประสบการณ์และพัฒนาการที่เราได้พัฒนาไปในแต่ละปีเอามารแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งในปีนี้มีหลายๆ ด้านด้วยกัน ที่ได้พัฒนาเพิ่มขึ้น เช่น

    ๑.เรื่องผักพื้นบ้าน ซึ่งเราใช้ชื่อว่า "ฐานซุปเปอร์มาร์เก็ตผัก ๑๐๐ ปี" ปีนี้เราเน้นเรื่องการประกวดอาหารก็เพราะว่าต้องการให้ผักพื้นบ้านได้รับความนิยม ก็ต้องถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะในงานนี้ไม่มีใครบ่นถึงว่าไม่ผักปัญญาอ่อนให้กินเลย แต่ก็มีอาหารการกินอุดมสมบูรณืและก็มีการพัฒนาอาหารผักพื้นบ้านถึงขั้นเป็นอาหารประณีต เพราะว่าเมื่อทุกคนทำประกวด ก็ต้องทำกันให้ดีและทำกินกันอย่างให้พอเพียง เจ้าภาพก็ไม่หนัก เพราะว่าแต่ละชุมชนก็จะขนของตัวเองมาอย่างครบเครื่อง ได้อาหารที่ประณีต

    และเป็นการสร้างค่านิยมให้ยินดีบริโภคผักพื้นบ้าน ซึ่งจะได้เป็นการเตรียมตัวญาติธรรมของเราที่จะเดินทางสู่ภาวะวิกฤติของโลก เราจะมีวิธีการกินผักที่ไม่ต้องเสียเวลาปลูกและดูแลยาก และก็หาง่ายราคาถูก เป็นต้นว่าปีนี้เรามีการนำเอา ผัดเผ็ดเม็ดมะขาม เต้าส่วนเม็ดมะขาม ผัดถั่วงอกหางนกยูง (ผัดเมล็ดหางนกยูงงอก) มีอาหารฝักพื้นบ้านอีกหลายอย่างที่คิดว่า ราคาถูกและไม่ต้องเสียเวลาไปปลูกปีแล้วปีเล่า ปลูกครั้งเดียวกินทั้งปีทั้งชาติ

    ๒. ในเรื่องของการรักษาเมล็ดพันธุ์ เท่ากับเป็นการรักษาชาติพันธุ์ของมนุษย์เอาไว้ ญาติธรรมของเรา เขาอายุเพียง ๒๕ ปี แต่ก็เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวเอาไว้เป็นร้อยกว่าสายพันธุ์ ทุกวันนี้ถ้าเราไม่เน้นเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์เอาไว้ มันจะหายไปและเราจะต้องไปซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ตัดแต่งพันธุ์กรรม หรือเมล็ดพันธุ์ที่ถูกไฮด์บริดที่เอาไปปลูกต่อไม่ได้ เมล็ดพันธุ์ที่เป็นพันธุ์แท้ที่ดั้งเดิมมันก็จะหายไป ก็มีตัวอย่างญาติธรรมที่เอาเมล็ดทานตะวันที่รับแจกไปแค่สามกำมือ แต่เขาสามารถเอากลับมาแจกที่ส่วนกลางอีกสามถุงปุ๋ย เรื่องนี้ก็คิดว่าตามชุมชนต่าง ๆ ให้เอาพันธุ์ข้าวพันธุ์พืช ไปพัฒนากันต่อ อย่างปีนี้เอาต้นกล้ายางนามาขาย ก็ขายดีมาก ต้นยางนาต้นละ ๑๕ บาท และเราก็สามารถทำให้ประเทศไทยเขียวได้ด้วยเมล็ดเดียว

    ๓. เรื่องพืชพลังงาน ปีนี้เราก็ได้มีความรู้ว่า มีพืชพลังงานไม่ใช่แค่สบู่ดำ ยังมีอีกหลายอย่างที่เราสามารถปลูกไปแล้วเป็นพืชยืนต้นอยู่ได้เป็นร้อย ๆ ปี เป็นต้นว่าต้นสำโรง ต้นฟักข้าว ต้นกระทิง ยังมีหมากเยาหิน และยังมีอีกหลายอย่างที่เราเอาไปทดลองบ้างแล้ว สิ่งเหล่านี้มันต้องมีการติดตามผลไปด้วยว่า ปีต่อไปเราจะเอาประสบการณ์เล่านี้มาแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดพัฒนาการเพิ่มขึ้น

    ๔. การใช้พลังงานไบโอแก๊ส ซึ่งก็มีตัวอย่างทำให้ดู โดยการเอาเศษอาหารเศษขยะไปหมัก ได้ประโยชน์ถึง ๓ ชั้นด้วยกัน คือ ๑. เป็นการกำจัดขยะ และ ๒, ได้พลังงานมาใช้แทนฟืนแทนแก๊ส ๓. เมื่อหมักใช้แก๊สเสร็จแล้ว ก็เอามาใช้เป็นปุ๋ยเพื่อไปทำกสิกรรมต่อ ปีนี้การนำเสนอนิทรรศการของเรา เราพยายามทำให้เป็น "วิถีชีวิต" ไม่ได้ทำโชว์ใช้ชั่วคราว ซุปเปอร์มาเก็บผัก ๑๐๐ปี ก็เป็นสวนจริง ๆ ที่ทำขึ้นมาให้ดู ไปโอแก๊สที่เอามาใช้แทนแก๊สแทนฟืนแทนถ่านที่หาได้ยาก เราก็ทำเป็นของจริงเลย และก็ใช้ในชุมชนของเราเลย พอเสร็จงานก็ไม่ต้องเก็บอะไรมาก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เราตั้งในที่จะทำให้เป็นวิถีชีวิตจริง ๆ ของเรา

    ๕. ปีนี้ผักผำ (ไข่น้ำ) เป็นพระเอกในงานนี้ ปีต่อไปเราคิดว่าเราจะยายามเอาเรื่องของถั่วพู ซึ่งพ่อท่านเน้นตั้งแต่ปีก่อนโน้น เราจะจับเรื่องของถั่วพู ซึ่งพ่อท่านเน้นตั้งแต่ปีก่อนโน้นเราจะจับเรื่องของถั่วพู ให้เป็นพระเอกในปีต่อไป ดังนั้นใครมีเมล็ดพันธุ์ถั่วพู หรือได้ปลูกกันไว้แล้ว ลองช่วย ๆ กันขยาย หรือศึกษาค้นคว้าวิจัย โดยเอาไปทำอาหาร มันสามารถเอาไปทำอะไรได้บ้าง ให้มีความหลากหลาย ปีหน้าเราจะได้เอาเรื่องถั่วพูผลิตพันธุ์จากถั่วพู มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน

    ๖. และเรื่องสำคัญอีกเรื่องก็คือ เรื่องของการปลูกพืชตะกูลถั่ว ทุกวันนี้ปัญหาเรื่องการทำ ปุ๋ยเคมีราคาแพงมาก แต่ปุ๋ยอินทรีย์ก็ไม่มีขายเพราะทำไม่ทัน มีพวกเรามองทางออกว่าการปลูกพืชตระกูลถั่ว หรือปุ๋ยพืชสดมันสามารถทดแทนสิ่งเหล่านี้ได้ อาจารย์ข้าดินทดลองเอาถั่วไปหว่านในที่ริมมูลโดยไม่ต้องดูแลเลย ทั้งโสน ทั้งกระเจี๊ยบ ทั้งถั่วมะแฮะ หลากหลายที่หว่านไว้ขึ้นมาเป็นแถวพรึบเลย แต่น่ามหัศจรรย์คือ เพียงเดือนกว่า ๆ โสนโตเร็วมาก สูงเคียงหัว สิ่งนี้ก็อยากจะฝากญาติธรรมเอาไปศึกษากันต่อว่า ถ้าชาวนาเขาไม่มีแกลบดิบ แกลบดำคายข้าว ถ้าปลูกปุ๋ยพืชสดไปก่อนจะทำนา และก็เอาข้าวมาหว่านต่อจากไถกลบพืชสดเหล่านี้แล้ว เขาบอกว่าต้นทุนมันจะต่ำกว่าทั้งปุ๋ยเคมีมาก แล้วก็ให้ผลผลิตที่ดีกว่าด้วย ตรงนี้ญาติธรรมก็น่าจะไปทดลองกันดู แล้วในปีหน้าเอามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน

    สรุปแล้วงานเพื่อฟ้าดินในปีนี้ก็เป็นงานที่เราเน้นในเชิงลึกเน้นในเรื่องของพัฒนาการ ที่พวกเราได้ทำกันมาแล้วมานำเสนอกัน คงต้องขอขอบคุณทางด้านพลังงานทดแทน หลายๆ หน่วยงาน ที่ขนข้าวของเครื่องไม้เครื่องมือ นำมาแสดงในงานนี้ เครื่องหีบน้ำมัน เครื่องปั่นปุ๋ย โดยทางองค์กรเอกชนหลายๆ ส่วนได้เคลื่อนตัวมาช่วยเป็นงานหลัก เพิ่มสีสันในงานนี้ โดยที่ต่างคนต่างมา ต่างคนก็ลงทุนกันเอง และก็ไม่รู้ว่ามีใครจ่ายเงิน เพราะงานนี้เป็นงานที่ไม่การตั้งงบประมาณเอาไว้เลย ทุกคนมากันด้วยใจและตั้งใจมาช่วยกัน ก็คงต้องขอขอบคุณทุกๆ ฝ่ายที่ทำให้งานเพื่อฟ้าดินในครั้งนี้ลงในแนวลึก เป็นงานเล็ก ๆ แต่อบอุ่น คิดว่าในปีหน้าเราคงได้พัฒนาการเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นประเด็นสำคัญ ๆ เอามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เน้นในเชิงลึกกันอีก เราคงไม่ต้องห่วงในเรื่องแนวกว้าง เพราะว่าเรามีสื่อที่เผยแพร่ไปได้อยู่แล้ว แต่งานลึกงานแน่นนี่ ก็น่าจะต้องทำกันต่อ

    ธรรมะที่ท่านอยากจะฝากญาติธรรมในปักษ์นี้คืออะไร? -อยากส่งข่าวถึงคงคนที่รู้ด้วยว่าเป็นโสดาบัน หรือเตรียมตัวจะเป็นโสดาบัน ต้องวางหอกดาบได้แล้ว ตามที่พระพุทธองค์ ได้ตรัสเอาไว้ในพระไตรปิฏก ใจความว่า " ... และเกิดขัดใจ ทะเลาะ วิวาท ทิ่มแทงกันและกันด้วย หอกคือปากอยู่ ก็ชื่อว่ามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุมแล้วเทียวภิกษุนั้น ย่อมรู้ชัดอย่างนี้ว่า เรามีจิตอันปริยุฏฐานกิเลสใดกลุ้มรุมแล้ว ไม่พึงรู้เห็นตามความเป็นจริง ปริยุฏฐานกิเลสในภายในนั้น(เกิดขัดใจ ทะเลาะ วิวาท ทิ่มแทงกันและกันตั้งไว้ดีแล้ว เพื่อตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย นี้ญาณที่ ๑ เป็นอริยะเป็นดลกกุตรไม่ทั่วไปกับพวกปุถุชน อันภิกษุนั้นบรรลุแล้ว"

    ดังนั้น คนที่จะเป็นโสดาบันได้ จะต้องวางหอกดาบที่อยู่ภายในปากของเราให้ได้ก่อน บางชุมชนมีดในครัวหายเป็นประจำ สุดท้ายได้คำตอบออกมาว่า มีดที่หายมักจะไปอยู่หลังของเพื่อน จริงๆ แล้วเมื่อใดที่เห็นกิเลสของเพื่อนต้องนึกถึงโศกที่พ่อท่านให้ไว้ทันที "จงเห็นเขาเป็นเช่นกระจกเงา อย่าเขลาเห็นเขาเป็นเช่นกระสอบทราย" เราเป็นนักปฏิบัติธรรม ละอบายมุขเหมือนกัน ถือศีล ๕ กินมังฯเหมือนกันทำงานฟรีเหมือนกัน ฯลฯ อัตตามานะและความน่าเกลียดของกิเลสทั้งหลายก็ย่อมเหมือน ๆ กัน ดังนั้น ถ้าเห็นกิเลสของเราก็เหมือนกัน จะมากหรือน้อยกว่ากันเท่านั้นเอง แต่เชื่อได้ว่ากิเลสของเรา "ร้าย " กว่าใคร เพราะเหมือนเชื้อมะเร็งของใคร ๆ ก็ไม่ทำให้เราตายได้เท่ากับเชื้อมะเร็วในตัวเราเอง

    คนที่จะเป็นโสดาบันจะเป็นโสดาบันจึงต้องมีญาณที่ ๑ ที่สามารถอ่านปริยุฏฐานกิเลสในภายใน (เกิดขัดใจ ทะเลาะ วิวาท ทิ่มแทง กันและกันด้วยหอกคือปากอยู่) มีด ปืน หรืออาวุธ ทั้งหลายที่เตรียมทิ่มแทงซึ่งกันและกัน ก็จะหันมาเล็งเป้าเข้าหากิเลสของเราเอง เมื่อใดที่กิเลสของเราถูกจัดการ เมื่อนั้นความสงบระงับ และสันติภาพ ก็ย่อมเกิดขึ้นกับเราแล้วแลแต่เมื่อใดที่หันไปเอาเป็นเอาตายกับเพื่อน เมื่อนั้นอันตรายได้เกิดขึ้นกับเราและศาสนาแล้ว. จากข่าวอโศกรายปักษ์



    พล.ต.จำลอง ศรีเมือง


    Waterlily Asoke | tissaphotos


     ไปด้านบน  | กลับไป  

    Copyright © 2006-2008 Bunniyom Thailand. All rights reserved.

    Terms of service us at E-mail: spirit_bunniyom