engflag  | กลับไป  

      

  • บุญนิยม
  • พระจันทร์
  • ศีลธรรม
  • ร้อยดาว
  • Tissa



  • สมณะโพธิรักษ์


    หลวงพ่อธรรมชาติ


    สมณะเสียงศีล


    Tissa


    ท่านจันทร์





                                   


        ยังไม่เห็นแม้นเงาของผู้ฆ่า..

        Hot News, Monday to Sunday, 3.30 am - 24.00 pm.

    อีกครั้งพบกับนักรบแนวหน้าของการเมืองภาคประชาชน ที่อยู่ในหัวใจของคนไทยทุกๆคนตลอดไป-ย้ำถึงคำถามว่า..ใครมาทำร้ายเขากันแน่?..จากวันนั้นถึงวันนี้ วีรชนคนกล้าคนแรกเป็นสตรี ชื่อ อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ (น้องโบว์ )และคนที่สองชื่อพ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี( สารวัตรจ๊าบ )-ทั้งสองวีรชนคนกล้าที่สูญเสียชีวิตในวันที่ 7 ตุลาคาคม๒๕๕๑ เพราะความป่าเถื่อนของรัฐบาลหน้าเนื้อใจเสือ นั่นคือ รัฐบาลหุ่นเชิด-ขายชาติ รัฐบาลแฟมิลี่ของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ชื่อ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีหลายๆ คนเรียกอีกที่ว่า -สมชาย วงษ์ชินวัตร -

    การใช้กำลังอาวุธปราบปราม การชุมนุมของประชาชนอย่างรุนแรง ป่าเถื่อน ใจดำอำมหิตโหดร้าย ฆ่าคนบริสุทธิ์ นั้นคือการกระทำที่ไม่ใช้มนุษย์-จากการกระทำทั้งหมด ถามหาความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบนั่นคือ สมชาย วงศ์สัวสดิ์ และคณะรัฐบาลหุ่นเชิด ต้องลาออกทั้งคณะ นั้นยังไม่พอ ตระกูล วงษ์ชินวัตร จะต้องไม่มีสิทธิ์เล่นการเมืองอีกต่อไป..ไปให้พ้นจากเมืองไทย

    ไม่มีรัฐบาลที่ไหนในโลกใบนี้ ที่ไม่มีความรับผิดชอบ การทำงานอย่างอื่นไม่ต้องไปทำแล้ว..ไม่ต้องบริหารบ้านเมืองทั้งหมดอีกต่อไปแล้ว..การกระทำทั้งหมดในเหตุการณ์การสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้นชัดเจน เป็นนักฆ่า อำมหิตโหดมาก-ทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลป่าเถื่อนที่สุด ส่งผลชัดเจนไม่ต้องบริหารบ้านเมืองไทยอีกต่อไปแล้ว

    ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดอีกครั้งมา ณ.ที่นี่..ถึงครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตและทั้งสองวีรชนคนกล้า จะอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกคนตลอดไป…นี่คือการสรุปเนื้อหาบางส่วน ของบรรยายกาศทั้งหมดอีกครั้ง จากใจถึงใจ..ที่ทุกๆคนไม่มีวันลืม…

    สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไปในการพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ-ทรงชม น้องโบว์ เป็นเด็กดี ช่วยชาติ ช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพ้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตร ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ น้องโบว์ อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ พร้อมทรงโปรดฯ ให้ครอบครัวน้องโบว์เข้าเฝ้าฯอย่างใกล้ชิด ก่อนเสด็จกลับ ทรงมีพระราชปฏิสันถาร กับสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วยสีพระพักตร์ยิ้มแย้ม "พ่อน้องโบว์" เผยทรงชม ลูกสาวเป็นเด็กดี ช่วยชาติช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์

    โดยเมื่อเวลา ๑๖.๑๗ น.ของวันที่ ๑๓ ต.ค.๒๕๕๑ที่ผ่านมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อักครราชกุมารี ในการพระราชทานเพลิงศพ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ การสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ ๗ ต.ค.๒๕๕๑ ที่ผ่านมาโดยมี นายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ บิดา น.ส.ดารณีและ น.ส.สุภาภรณ์ น้องสาวของ น.ส.อังคณา ทั้งสองคน รับเสด็จ

    พิธีพระราชทานเพลิงศพจัดขึ้นที่วัดศรีประวัติ ถนนริมคลองมหาสวัสดิ์ ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี มีกลุ่มพันธมิตรและประชาชนจำนวนมากมาร่วมงาน โดยมีการตั้งแถวและถือธงชาติไทยรอรับเสด็จจนเต็มสองฝั่งถนน และเมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมาถึง ประชาชนที่มารอรับเสด็จ ต่างพร้อมใจเปล่งเสียง ทรงพระเจริญ อย่างกึกก้อง

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงทอดผ้าไตรและทรงวางดอกไม้จันทน์พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุศาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินมายังพลับพลาที่ประทับ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัว ระดับปัญญาวุฒิ เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด โดนมีพระราชปฏิสันถารกับครอบครัวของ น.ส.อังคณาอยู่นาน ๒๐ นาที

    การเสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้- เพื่อเป็นการพระราชทานน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ซึ่งตลอดมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระเมตตาต่อพสกนิกรอยู่แล้ว ดังเห็นได้จากกรณีครูจูหลิง เป็นต้น และในกรณี น.ส.อังคณา หรือน้องโบว์ นั้น มีความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์มาโดยตลอด สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงพระราชทานน้ำพระราชหฤทัยเป็นครั้งสุดท้ายแก่ น.ส.อังคณาด้วยการเสด็จฯ มาพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้

    นอกจากกลุ่มประชาชนที่มาร่วมพิธีแล้วยังมีนายทหาร นายตำรวจระดับสูง อาทิ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร

    ส่วนคณะขององคมนตรีที่มาเผารับเสด็จประกอบด้วย พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ น.พ.เกษม วัฒนชัย นายพลากร สุวรรณรัฐ นอกจากนี้ นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ ห้วหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.และทีม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.สงขลาและกลุ่ม ส.ว. อาทิ น.ส.รสนา โตสิตระกูล คุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง.รวมไปถึงแกน นำและผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ ประกอบไปด้วย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสุริยะใส กตะศิลา

    สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไป แกนนำพันธมิตรประชาชนธิปไตย ได้เดินมาถึง ยกเว้นท่าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ต้องอยู่เฝ้าทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งประชาชนในเครือข่ายพันธมิตรฯ นำโดย นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง และ จอย ศิริลักษณ์ ผองโชค ได้เดินทางมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น จนล้นไปถึงปากซอยเข้าวัดศรีประวัติ ต่อมาเวลาประมาณ ๑๖.๔๐ น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เสด็จกลับ ได้เสด็จฯกลับ โดยมีแกนนำพันธมิตรฯ เขาแถวเฝ้ารอส่งเสด็จฯระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชปฏิสันถาร กับนายสนธิล้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯอยู่ชั่วครู่ จากนั้นได้เสด็จฯกลับ

    หลังจากนั้นผบ.เหล่าทัพได้ทยอยเดินทางกลับ โดยระหว่างที่พล.อ.อนุพงษ์ เดินออกมาประชาชนได้ชูมือตบขึ้นมาเขย่าไล่พร้อมตะโกนถามว่า ทหารยังอยู่ข้างประชาชนหรือเปล่า เรารอคุณอยู่นะ ยังทนไหวอีกเหรอ ทั้งต้องเห็นประชาชนเป็นอย่างนี้ -นอกจากนี้เมื่อขบวนรถของพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำลังเคลื่อนตัวออกนอกวัดประชาชนจำนวนมากซึ่งเข้าใจผิดว่าตำรวจที่อยู่ในรถคือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจ ได้ชูมือตบ ขึ้นมาขับไล่พร้อมตะโกนว่า พัชรวาท ไอ้มาตกรตำรวจฆ่าประชาชนออกไป

    ส่วนทางด้าน นายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ บิดานางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือ น้องโบว์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสั่งและชมว่า ลูกสาวเป็นเด็กดี ช่วยชาติ ช่วยรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งตนได้กราบทูลฯกลับไปว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง ที่ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ มานอกจากนี้ท่านยังตรัสอีกว่า เป็นห่วงพันธมิตรทุกคน ไว้จะฝากดอกไม้ไปเยี่ยมพันธมิตร

    นายจินดา กล่าวอีกว่า พระองค์ท่านยังทรงรับสั่งว่า ขอให้กำลังใจกับครอบครัวและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับทราบแล้วและเงินที่เป็นค่ารักษา ในหลวงเป็นผู้พระราชทานให้ ขณะเดียวกัน บรรยายกาศภายในวัดมีการแจกหนังสือไว้อาลัย ๓ เล่ม ได้แก่ ดอกไม้พันธมิตร ซึ่งเป็นการรวมบทความและบทกวีจากศิลปินหลายคน ที่เขียนขึ้นเพื่อไว้อาลัยให้แก่น้องโบว์ และหนังสือ ชัยชนะประชาชน เป็นการรวบรวมความสำเร็จของพันธมิตรจากการชุมนุมในครั้งนี้ และในเวลา ๑๗.๓๐ น. วันเดียวกัน นายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ พร้อมลูกสาวคือน.ส.ดารณี น.ส.สุภาภรณ์และนายกฤษณะ วนิชชีวะ เพื่อนสนิทของ น.ส.อังคณา เดินทางโดยรถตู้มาที่วัดสุทธิวาสวรารามหรือ วัดช่องลม ตำบลท่าฉลอม อ.เมืองสมุทรสาคร

    มีกลุ่มพันธมิตรฯ ตำบลท่าฉลอมและกลุ่มพันธมิตรฯสมุทรสาครประมาณ ๑๐๐ คนมารอรับลงเรือที่หน้าวัดแล่นออกสู่ปากอ่าวห่างออกไปประมาณ ๑ ชั่วโมง น.ส.ดารณี กับน.ส.สุภาภรณ์ น้องของ น.ส.อังคณาได้นำอัฐิของพี่สาวลอยลงน้ำ พร้อมกับโปรยดอกไม้ลงทะเลเป็นการไว้อาลัยครั้งสุดท้ายท่ามกลางความโศกเสร้า เสียใจเสร็จจึงเดินทางกลับ

    สรุปเนื้อหาบางส่วนของบรรยายกาศอีกครั้งด้าน พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี (สารวัตร จ๊าบ) เมื่อ ๑๔ ต.ค ๒๕๕๑ ณ.วัดโสมนัสฯ กรุงเทพฯ-พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ได้แสดงธรรม มีดังนี้สารวัตรเมธี กำลังทำบุญ ทำกุศลทำสิ่งที่มีคุณค่า ต่อมวลมนุษยชาติ ต่อคนในประเทศ เขาเสียสละ…อย่างสารวัตรจ๊าบ..นี่ทำดี..สำนึกดี ได้กระทำกรรมดี รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว เป็นคนมีความสามารถ มีความรู้ เรียนเก่ง ทำงานก็ดี แต่ไปขัดกับคนไม่ดี จึงเห็นว่าทางนี้ไม่เจริญ ไม่รุ่งทำงานไม่ได้ ลำบาก ก็จึงเลิก

    คนเราจะทำสัมมาอาชีพใดๆก็ตาม ก็จะต้องทำให้เกิดกุศล สารวัตรจ๊าบมีภูมิปัญญา จึงลาออกมาทำงานส่วนตัวอิสระ ที่ไม่ต้องมีพลังกดดัน หรือมีพลังมาบังคับ พยายามพากเพียรทำสิ่งที่ดีมาตลอดชีวิต อายุแค่ไม่ถึง ๔๐ ดีก็สิ้นชีวิต แต่ระยะเวลาที่ พ.ต.ท.เมธี ได้กระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐ เป็นสิ่งที่ดี เพราะงั้นบางคนมองอย่างตื้นๆง่ายๆ ว่า สารวัตรจ๊าบถูกฆ่าตาย เป็นการตายโหง ตายไม่ดีแน่นอนเขาไม่อยากตายอย่างนี้ แต่คนที่ทำให้เขาตายนั่นต่างหากทำไม่ดี ไม่ใช่สารวัตรจ๊าบ การทำไม่ดี ทำบาป คนนั้นได้บาปไปแต่สารวัตรจ๊าบกำลังทำบุญ ทำกุศล ทำสิ่งที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติ ทำกุศลต่อคนในประเทศ เขาเสียสละ

    เห็นได้ชัดเลยว่าสร้างกุศลมีภูมิปัญญาเลือกงานที่ตนเอง เข้ามาร่วมชุมนุม ตนเองเป็น พ.ต.ท.มาทำงานเหมือนพลทหาร พลตำรวจ สิบเอก สิบตรี สิบโท ไม่ได้อวดตัวอวดตน ไม่ได้เบ่งอะไร ไม่มีคนรู้จักด้วยซ้ำไป หลายคนเข้าใจผิดด้วยว่าไอ้หมอนี่มาจากไหน รูปร่างหน้าตา บุคคลิกต่างๆ ไม่ได้แสดงท่าทางเบ่งว่าฉันเป็นนายตำรวจเก่านะ นี่เป็นคุณสมบัติอันดีงามของ พ.ต.ท.เมธีและทำงานอย่างเสียสละ ไม่มีรายได้ เบี้ยเลี้ยง แต่ทำอย่างเต็มกำลัง แม้ลำบากยากเย็น ต่อสู้ จนในที่สุด ไปขัดแย้งโดนหมายหัว สุดท้ายก็สำเร็จตามที่ฝ่ายโน้นต้องการที่จะจัดการและใส่ร้ายว่าหอบระเบิดมาเองต่างๆ นานาเป็นต้น

    ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอดูผลการพิสูจน์ว่า พ.ต.ท.เมธี หอบระเบิดมาจริงหรือเปล่า หรือใครมาทำร้ายเขากันแน่?… แต่การตายของ พ.ต.ท.เมธี เป็นกุศล เป็นบุญที่เขามีจิตวิญญาณ มีน้ำใจ มีความตั้งใจ เจตนาที่จะเสียสละสร้างสรรอย่างแท้จริง และได้ลงมือลงแรงทุมเททั้งจิตวิญญาณ เรี่ยวแรง ความสามารถทั้งหมดที่มี จนวินาทีสุดท้าย เขาได้ตายในสนามรบ เพราะงั้นต้องเชิญชูยกย่องจริงๆแล้วเขาไม่ได้ทำงานนี้เป็นงานปลายมือก่อนตายแล้วก็โก้ งานที่ทำมาก่อนนี้ไม่ได้ดีอย่างนี้ ไม่ใช่ พ.ต.ท.เมธีทำงานดีเพื่อมนุษยชาติ ต่อสู้ตั้งมูลนิธิ สมาคม ตั้งก๊ก ตั้งกลุ่ม ทำงานออกมา

    แม้แต่สมัยที่รับราชการตำรวจอยู่ก็ตามใครที่รู้จักประวัติของเขา จะรู้ว่าเขาเป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ได้โกง ไม่ได้ทุจริต เพราะฉะนั้น แม้จะอายุไม่ถึง ๔๐ แต่เขาได้หอบเอาบุญ หอบทรัพย์อันประเสริฐติดตัวไป อาตมาไม่สามารถตีเป็นตัวเลขหรือเป็นภาษาคนได้ แต่เขาได้หอบเอาบุญกุศลไปยิ่งกว่าคนที่มีอายุยืนยาวถึง ๖๐ บ้าง ๘๐ บ้าง ที่ก่อนตายก่อกรรมสร้างกุศลบ้าง สร้างอกุศลบ้าง บวกลบคูณหารแล้ว อาตมาว่าแม้จะมีอายุยืนยาว คนส่วนมาก็ไม่ได้บุญ ไม่ได้กุศล ไม่ได้สิ่งที่ดีงามเท่ากับสารวัตรเมธีนี้ที่มีอายุแค่ ๔๐ปี ที่ได้ประกอบกรรมกุศลอันยิ่งใหญ่ก่อนตาย

    ถ้าผู้ที่มีตาดีรู้จักกรรมที่แท้จริง จะมองออก นี่เป็นสัจจะที่สำคัญ เพราะฉะนั้นอาตมาจึงอยากจะเตือนสติผู้ที่ได้ฟังธรรมฟังเทศน์วันนี้ว่า ชีวิตเกิดมาแล้วก็ตายๆ ทุกคน ต้องตาย เพราะฉะนั้นอย่าไปเห็นแก่ลาภ ยศ สรรเสริญโลกียสุขที่เป็นกามเป็นอัตตาเลย..

    บรรยากาศด้านงานพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี-สำหรับบรรยากาศงานพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือสารวัตรจ๊าบ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม๒๕๕๑ ที่เมรุวัดโสมนัสวรวิหาร ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ ๑๔ ตุลาคม เป็นต้นมา ได้มีเหล่าบรรดาพันธมิตรฯ นับหมื่นคน เดินทางมาร่วมไว้อาลัยกันแน่นขนัดเต็มพื้นที่วัดโดยก่อนที่พิธีจะเริ่มขึ้น ได้มีสมณะโพธิรักษ์ แห่งวัดพุทธสถานสันติอโศก แสดงปาฐกถา..

    จากนั้นตัวแทนพันธมิตรฯอ่านคำไว้อาลัย ก่อนที่วงดนตรีกรรมาชน บรรเลงเพลงเทียนแห่งธรรม มีแกนนำพันธมิตรฯทั้ง ๕ พร้อมด้วยแกนนำ พันธมิตรฯรุ่น ๒ นำโดยนายศิริชัย ไม้งาม รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีม ส.ส.ประชาธิปัตย์ อาทินาย กรณ์ จาติกวณิชย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ พล.ต.อ.ประทิน สันติปะภพ อดีต ส.ว. นายการุญ ใสงามอดีต ส.ว.นายไชยวัฒน์ สินธุวงศ์ นายเทิดภูมิ ใจดี มาร่วมพิธี โดยมี นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมาตรี เป็นประธานในพิธี

    จนถึงกระทั่งเวลา ๑๕.๓๕ น.ภายหลังจากที่ส.ส.เพ็ญพิมล ใสงาม ภรรยาได้อ่านคำไว้อาลัย พ.ต.ท.เมธี สามีเสร็จสิ้น กลุ่มพันธมิตรฯที่มาร่วมงานนับหมื่นคนได้นำมือตบมาตบรัวกันอย่างพร้อมเพรียง จนเสียงดังสนั่นไปทั่ววัด โดยผู้มาร่วมงานศพได้รับแจกหนังสือตำรวจพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นการรวบรวมประวัติของ พ.ต.ท.เมธีพร้อมด้วยบทกวีและคำไว้อาลัย รูปถ่ายของสารวัตรจ๊าบ แจกให้ผู้ที่มาร่วมไว้อาลัยอีกด้วย น.ส.เพ็ญพิมลเปิดเผยว่า รู้สึกซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานเพลิง ให้กับสามี -ภาพสุดท้ายที่ประทับใจในตัวสามีคือ ภาพที่เป็นหัวหน้าการ์ดคอยดูแลไม่ให้พันธมิตรฯประทะกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตนยังยืนยัน แม้จะสูญเสียสามีไปอย่างไม่มีวันกลับ ก็จะมาชุมนุมกับพันธฯต่อไป

    ทั้งนี้ ภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า พันธมิตรฯ จำนวนมากได้ความโศกเศร้า พันธมิตรฯ จำนวนมากได้มาร่วมงานแน่นขนัด ทำให้พื้นที่เมรุฌาปนกิจศพเล็กลงถนัดตา โดยประชาชนทั้งนั่งและยืนเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ นายประทิป ขจัดพาลศิลปินเพื่อชีวิต ได้ร้องเพลง ซึ่งแต่งขึ้นเฉพาะพระราชทานเพลิงศพ สารวัตรจ๊าบ รวมไปถึงมีการขับร้องเพลง เทียนแห่งธรรม โดยมีพันธมิตรฯ ที่ไปร่วมงานได้นำมือตบมาตบเป็นจังหวะตามและยังมีการอ่านกลอนที่แต่งโดยบุตรของพ.ต.ท.เมธีด้วย ทั้งนี้การ์ดพันธมิตรฯ ได้บวชหน้าศพให้สารวัตรจ๊าบจำนวน ๑๙ รูปด้วย -จากข่าวอโศกปักษ์แรก-หลัง ตุลาคม ๒๕๕๑-



    พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

    SamanaBhodhirak.photo


    Samana Bhodhirak when he was young in those days. | tissaphotos


     ไปด้านบน  | กลับไป  

    Copyright © 2006-2008 Bunniyom Thailand. All rights reserved.

    Terms of service us at E-mail: spirit_bunniyom